ผู้เขียน หัวข้อ: Best Practice เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ โดยกลุ่มงานกุมารเวชก  (อ่าน 1599 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นพ.พรประสิทธิ

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 27
  • ความเห็นต่อกระทู้นี้ : +18/-0
    • ดูรายละเอียด
แบบบันทึก Best  Practice
KM Team โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

Best Practice เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
หน่วยงาน กุมารเวชกรรม    ทีม  กุมารเวชกรรม    กลุ่มงาน การพยาบาล
วัน เดือน ปี ที่บันทึก 17 กรกฎาคม 2555 ผู้บันทึก นางสาวสุวรรณ จันทรคง
ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้ร่วมงาน
นางสาวสมนึก      พรหมบังเกิด
นางสาวสุวรรณา      จันทรคง
นางสุรีย์         เสาร์พูล

ที่มาปัญหา/ สถานการณ์/สาเหตุ
จากการประเมินผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่มารักษาที่แผนกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก  พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีปัญหาไอมีเสมหะในคอ มีน้ำมูกข้น ร้องกวนเนื่องจากหายใจไม่สะดวก  แต่เมื่อพยาบาลได้ให้การพยาบาลโดยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือความเข้มขัน 0.9%  พบว่าหลังการล้างจมูกผู้ป่วยสามารถนอนหลับพักผ่อนได้ ดูดนมได้มากขึ้น หายใจสะดวกขึ้น O2 sat  98 - 100% เกือบทุกราย และสามารถจำหน่ายกลับบ้านได้เร็วขึ้น ทำให้อัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาลลดลง ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ และยาลดน้ำมูกลง                                             

วัตถุประสงค์
   เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ( Pneumonia )

แนวคิด/เครื่องมือในการจัดการปัญหา
   EBP

ตัวชี้วัดและเป้าหมาย/การเปรียบเทียบกับหน่วยงานที่ต้องการเทียบเคียง
1. เพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจได้รับการดูแลอย่างถูกต้องทันท่วงทีลดภาวะแทรกซ้อนและ
    อัตราการเสียชีวิต
3. ลดการนอนโรงพยาบาลนานเกินเกณฑ์และการ re-admit

กิจกรรมในการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป
   1.การล้างจมูกวันละ 2 ครั้ง เช้า ? เย็น หรือเมื่อจำเป็นระหว่างนอนในโรงพยาบาล
   2.สอน-สาธิต ให้ผู้ปกครองสามารถล้างจมูกให้บุตรได้
   3.ประเมินความสามารถในการล้างจมูกด้วย0.9%NSS ของผู้ปกครองก่อนจำหน่ายกลับบ้านทุกราย
   4. อัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาลนานเกินเกณฑ์ลดลง 30 % 
5. ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ และยาลดน้ำมูก  20 %                                             
ผังกระบวนการทำงานเดิมและผังกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนแปลงใหม่


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากกิจกรรมเดิมแล้วทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น
   เดิมในการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคระบบทางเดินหายใจใช้วิธีการ พ่นยา เคาะปอด ดูดเสมหะ โดยพยาบาล บางครั้งผู้ปกครองไม่ยินยอมเนื่องจากไม่เข้าใจถึงแนวทางการรักษาของแพทย์ แต่หลังจากนำวิธีการเคาะปอดและการล้างจมูกมาสอน และสาธิตให้ผู้ปกครองดู และลองปฏิบัติด้วยตนเอง ทำให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจถึงแนวทางการดูแลผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาน้ำมูกและเสมหะในคอ และวิธีการระบายน้ำมูกและเสมหะได้ด้วยตนเอง ทำให้ได้รับความร่วมมือในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น เกิดความพึงพอใจในการรักษาพยาบาลมากขึ้น

 
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น  ( นำเสนอเป็นแผนภูมิ/ตารางการเปรียบเทียบ)
            ระยะเวลาการนอนรักษาในโรงพยาบาล(%)                         ค่าเป้าหมาย 30 %
 ปีงบประมาณ
ความรู้ที่ได้เพิ่มและ/หรือ นวัตกรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงาน
ความร่วมมือของผู้ปกครอง มีส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วย
การนำสื่ออุปกรณ์มาใช้ในการสอนสาธิต เช่น DVD โปสเตอร์ให้ความรู้ แผ่นพับการล้างจมูก

แนวทาง/มาตรฐานการทำงานใหม่ที่ทำให้เกิดผลดี ( Best Practice )
   มีแนวทางการล้างจมูกในผู้ป่วยเด็กโรคระบบทางเดินหายใจ

 ประโยชน์ที่ได้รับ
   ผู้ปกครองให้ความร่วมมือมากขึ้น เกิดความพึงพอใจในการรักษาพยาบาล  80 %
   ลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาลนานเกินเกณฑ์ลดลง 30 % 
   ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ และยาลดน้ำมูก  20 %                                                                                           

การวางแผนปรับปรุง ต่อยอดเรื่องนี้
   ประเมินความพึงพอใจ 90%
   อัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาลนานเกินเกณฑ์ลดลง 40 % 
   เก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลดลง 30 %   

การนำเสนอ   ?  ยังไม่เคยนำเสนอผลงาน
      ?  เคยนำเสนอแล้ว วันที่ ....................... สถานที่ ...............................................
            ในงาน/การประชุม ..........................................................................................